เชื่อมต่อผ่าน MCP (Deploy ด้วยเครื่องมือ AI ของคุณเอง)
HostingLotus เปิด MCP endpoint ให้คุณ deploy โค้ดของคุณเอง — ที่เขียนด้วย Claude Code หรือ MCP client ตัวอื่น — ขึ้นโฮสต์ของเราได้โดยตรง พร้อมผูกโดเมน ทั้งซับโดเมนฟรี, โดเมนที่คุณมีอยู่ (BYO), หรือซื้อโดเมนใหม่
MCP คืออะไร?
MCP (Model Context Protocol) เป็นมาตรฐานให้เครื่องมือ AI เชื่อมต่อกับบริการภายนอกได้
เมื่อเชื่อม HostingLotus แล้ว ผู้ช่วย AI ของคุณจะ “สั่งสร้างโปรเจกต์ / deploy / publish /
ซื้อโดเมน” บนบัญชีของคุณได้เลย — ด้วยสิทธิ์ เครดิต และเงื่อนไขเดียวกันกับตอนใช้งานบนเว็บ
ทำอะไรได้บ้าง
- สร้างโปรเจกต์ใหม่ (static เว็บไซต์ หรือ webapp full-stack)
- deploy โค้ดจาก git repo หรืออัป ไฟล์ zip
- publish ขึ้นจริง — เว็บออนไลน์ที่
ชื่อโปรเจกต์.hostinglotus.cloud - ผูกโดเมน: ซับโดเมน, โดเมนของคุณเอง (BYO), หรือซื้อโดเมนใหม่
โปรเจกต์ที่ deploy ผ่าน MCP จะแยกออกจากตัวแก้ไขบนเว็บ — จะไม่เปิดแก้ในหน้า Builder ของแพลตฟอร์ม (คุณดูแลโค้ดจากเครื่องมือของคุณเอง) แต่จะแสดงสถานะ + โดเมน แบบอ่านอย่างเดียวในแดชบอร์ด ที่ส่วน “Deploy ผ่าน MCP”
สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม
- บัญชี HostingLotus (สมัครฟรีที่ app.hostinglotus.cloud)
- เครดิตในเวิร์กสเปซ (บาง action เช่น publish / ซื้อโดเมน มีค่าใช้จ่ายเหมือนใช้งานบนเว็บ)
- MCP client เช่น Claude Code ติดตั้งในเครื่องคุณ
ขั้นตอนที่ 1 — สร้าง API Key
API key คือ “กุญแจ” ที่ผูกกับบัญชีของคุณ ทุกคำสั่งที่ส่งผ่าน key นี้จะทำงานในนามบัญชีคุณ
- เข้าสู่ระบบแล้วไปที่ แดชบอร์ด
- ที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก “API & MCP” (ไอคอนกุญแจ)
- ตั้งชื่อคีย์ (เช่น
laptop-claude-code) แล้วกด “สร้าง API Key” - คัดลอกคีย์เก็บไว้ทันที — ระบบแสดงให้เห็นแค่ครั้งเดียว
คีย์จะขึ้นต้นด้วย hl_mcp_ และแสดงเพียงครั้งเดียวตอนสร้าง หากทำหาย ให้ยกเลิก
(revoke) อันเก่าแล้วสร้างใหม่ อย่าแชร์คีย์กับผู้อื่น — ใครถือคีย์ก็ deploy และใช้เครดิต
ในบัญชีคุณได้ (สร้างได้สูงสุด 10 คีย์ต่อบัญชี)
ขั้นตอนที่ 2 — เชื่อม MCP client
Endpoint:
https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp
มี 2 วิธีเชื่อม — เลือกตามชนิด client ของคุณ:
วิธี A — เชื่อมด้วย API key (header) — Claude Code / Desktop
เหมาะกับ client ที่ให้ใส่ header เองได้ หน้า “API & MCP” จะสร้างคำสั่งพร้อมคีย์ให้คัดลอก:
claude mcp add --transport http hostinglotus \
https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp \
--header "Authorization: Bearer hl_mcp_xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx"
Claude Desktop (claude_desktop_config.json):
{
"mcpServers": {
"hostinglotus": {
"type": "http",
"url": "https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp",
"headers": { "Authorization": "Bearer hl_mcp_xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx" }
}
}
}
วิธี B — เชื่อมผ่านหน้า “Add connector” (OAuth)
เหมาะกับ client ที่ใช้หน้าเว็บเพิ่ม connector (เช่น claude.ai) ที่ ไม่มีช่องให้ใส่ header — แค่ใส่ URL ของ endpoint แล้วกดเชื่อม ระบบจะพาคุณ:
- เข้าสู่ระบบ HostingLotus (ถ้ายังไม่ได้ล็อกอิน)
- แสดงหน้า “อนุญาตให้เชื่อมต่อ?” — กด อนุญาต
- client ได้สิทธิ์อัตโนมัติ ไม่ต้องสร้าง/วาง API key เอง
วิธี B ใช้ OAuth 2.1 (PKCE) มาตรฐานเดียวกับที่ MCP กำหนด — ปลอดภัย ไม่ต้องแชร์คีย์ ถอนสิทธิ์ได้โดยลบ connector ฝั่ง client (โทเคนหมดอายุอัตโนมัติ)
เชื่อมสำเร็จแล้ว ลองสั่งผู้ช่วย AI ว่า “list my HostingLotus projects” — ถ้าตอบกลับมา แสดงว่าพร้อมใช้งาน
ขั้นตอนที่ 3 — Deploy โค้ดของคุณ
เมื่อเชื่อมแล้ว สั่งผู้ช่วย AI ของคุณได้ตามธรรมชาติ ระบบมี “เครื่องมือ” เหล่านี้ให้ AI เรียกใช้:
| เครื่องมือ | หน้าที่ |
|---|---|
create_project |
สร้างโปรเจกต์ใหม่ (static หรือ webapp) |
deploy_files |
ส่งเนื้อไฟล์ตรง ๆ — ง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้ git/zip/curl ({path, content}; base64 สำหรับไฟล์ binary) |
deploy_from_git |
ดึงโค้ดจาก git repo (github / gitlab / bitbucket / codeberg / sr.ht) |
get_upload_url |
ขอลิงก์อัปโหลด แล้ว curl ไฟล์ zip ขึ้นไป (เหมาะกับเว็บใหญ่) |
configure_deployment |
ตั้งค่า port ของ Dockerfile และโฟลเดอร์เก็บข้อมูลถาวร ก่อน publish ครั้งแรก |
get_storage |
ดูพื้นที่ที่จองไว้ร่วมกันทั้งบัญชี และการใช้งานจริงของโฟลเดอร์ในโปรเจกต์ |
publish |
เผยแพร่ขึ้นจริง |
project_status |
ดูสถานะ + URL พรีวิว/เผยแพร่ |
list_projects |
รายการโปรเจกต์ที่สร้างผ่าน MCP |
set_subdomain |
เปลี่ยนซับโดเมน |
list_domains / add_custom_domain / verify_custom_domain |
จัดการโดเมนของคุณเอง (BYO) |
search_domains / buy_domain / domain_order_status |
ค้นหา + ซื้อโดเมนใหม่ |
ตัวอย่างขั้นตอนทั่วไป
1) create_project → ได้ slug ของโปรเจกต์
2) deploy_files (ส่งเนื้อไฟล์ตรง ๆ — ง่ายสุด ไม่ต้องมี git/zip)
หรือ deploy_from_git (URL ของ repo) หรือ get_upload_url + curl ไฟล์ zip
3) publish → เว็บออนไลน์ที่ <slug>.hostinglotus.cloud
ไม่ต้องมี GitHub: แค่บอกผู้ช่วย AI ว่า "deploy โฟลเดอร์นี้ขึ้น HostingLotus" —
มันจะอ่านไฟล์ในเครื่องคุณแล้วส่งผ่าน deploy_files ให้เอง (เว็บเล็ก-กลาง ~100 ไฟล์/ครั้ง
ไฟล์ใหญ่ให้แบ่งหลายครั้งด้วย mode:"merge" หรือใช้ get_upload_url แทน)
- Static เว็บไซต์ ต้องมี
index.htmlส่วนเฟรมเวิร์ก (เช่น Vite/React) ระบบจะ build ให้ตอน publish - Webapp full-stack ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ webapp บนบัญชีของคุณก่อน (ติดต่อทีมงานได้)
เครื่องมือที่มีเพิ่มเติม
| เครื่องมือ | ทำอะไร |
|---|---|
list_owned_domains |
ดูโดเมนทั้งหมดในบัญชี รวมที่ยังไม่ได้ผูกกับโปรเจกต์ไหน |
bind_domain / unbind_domain |
ผูก/ถอดโดเมนกับโปรเจกต์ — ใช้กับโดเมนที่ซื้อผ่านหน้าเว็บได้ด้วย |
publish_status |
เช็กสถานะตอนเผยแพร่ยังไม่เสร็จ |
set_services / get_services |
ประกาศฐานข้อมูล / Redis / ที่เก็บไฟล์ ของโปรเจกต์แบบเว็บแอป |
configure_deployment |
ตั้งค่า port ของ Dockerfile และโฟลเดอร์เก็บข้อมูลถาวร ก่อน publish ครั้งแรก |
get_storage |
ดูพื้นที่ที่จองไว้ร่วมกันทั้งบัญชี และการใช้งานจริงของโฟลเดอร์ในโปรเจกต์ |
ฐานข้อมูลสำหรับเว็บแอป
ประกาศด้วย set_services แล้วแพลตฟอร์มจะส่งค่าเชื่อมต่อ (DATABASE_URL / REDIS_URL / S3_*)
เข้าแอปให้เองทั้งตอนพรีวิวและตอนใช้งานจริง อ่านจาก process.env ได้เลย
อย่าติดตั้งฐานข้อมูลเองใน workspace — ข้อมูลจะไม่ถูกย้ายไปตอนเผยแพร่ และจะหายทั้งหมด
ให้ประกาศผ่าน set_services เท่านั้น (สูงสุด 2 บริการ อย่างละหนึ่ง)
PHP / Dockerfile และไฟล์อัปโหลดถาวร
รองรับโปรเจกต์ที่มี Dockerfile ของตัวเอง รวมถึง PHP ให้สร้าง type:"webapp"
แล้วเรียก configure_deployment ก่อนอัปโหลด source และ publish ครั้งแรก เช่น:
{
"project": "my-php-site",
"port": 80,
"mounts": [
{ "mountPath": "/var/www/html/uploads", "sizeMb": 1024 }
]
}
จากนั้นอัปโหลด source พร้อม Dockerfile ที่ root ผ่าน deploy_files, deploy_from_git
หรือ get_upload_url แล้วเรียก publish ตัวแอปต้องฟัง HTTP บน 0.0.0.0 ที่ port ที่ระบุ
โหมดนี้ไม่บังคับ index.html และไม่แปลง source เป็น React ส่วนพรีวิวสำหรับพัฒนาไม่ได้รัน Dockerfile นี้
หากไม่ต้องเก็บไฟล์ถาวร ให้ส่ง mounts:[]
- พื้นที่ตามแพ็กเกจ ใช้ร่วมกันทุกโปรเจกต์ของเจ้าของบัญชี รวมถึงโปรเจกต์ที่ archive เช่น แพ็กเกจ 2048 MB จองให้สองโปรเจกต์ได้โปรเจกต์ละ 1024 MB
- จำนวน
sizeMbคือพื้นที่ที่จองและเพดานเขียนไฟล์ของแต่ละโฟลเดอร์ ไม่ใช่ขนาด archive ที่อัปโหลด 1 MB ในการตั้งค่านี้เท่ากับ 1,048,576 bytes รองรับไม่เกิน 5 โฟลเดอร์ที่ไม่ซ้อนกัน - Mount เฉพาะโฟลเดอร์ข้อมูล เช่น
uploadsหรือ Laravelstorage/appให้แอปมีสิทธิ์เขียนโฟลเดอร์นั้น อย่า mount ทับโค้ดทั้งโปรเจกต์ การ publish ใหม่จะใช้ volume เดิม ต้องประกาศ path ผ่านconfigure_deploymentแม้ Dockerfile จะมีคำสั่งVOLUMEอยู่แล้ว - หลังเริ่ม deploy แล้ว path, port และขนาดจะถูกล็อก การเปลี่ยนค่าหรือเพิ่ม volume ให้เว็บที่รันอยู่ต้องย้ายข้อมูลอย่างชัดเจน ไฟล์ที่เคยอัปโหลดไว้ใน container เดิมจะไม่ถูกย้ายให้อัตโนมัติ
- เมื่อลดแพ็กเกจ ระบบเก็บข้อมูลและพื้นที่เดิมไว้ แต่ไม่อนุญาตให้เพิ่มพื้นที่เกินสิทธิ์ใหม่
get_storageแสดงพื้นที่จองและ usage ที่วัดได้ หากวัดไม่ได้จะแสดงnullไม่ใช่ศูนย์ - แพ็กเกจที่ยังไม่ได้กำหนดพื้นที่ถาวรมีค่าเริ่มต้น 0 MB การ deploy ที่ต้องใช้ volume จะถูกปฏิเสธ หากเครื่องโฮสต์ไม่รองรับการบังคับโควตา ระบบจะไม่สร้าง volume แบบไม่จำกัดให้แทน
เพดานนี้ครอบคลุมเฉพาะ volume ที่ประกาศ ไม่รวม sandbox พัฒนา, filesystem ส่วนอื่นของ container, logs, image/build cache หรือบริการฐานข้อมูล/S3 แยกต่างหาก ขนาดไฟล์ archive ใช้เพดานอัปโหลดอีกค่าหนึ่ง ซึ่งทีมงานสามารถปรับให้บัญชีแต่ละรายได้
ผูกโดเมน
- ซับโดเมนฟรี —
set_subdomainเปลี่ยนชื่อเป็นชื่อที่คุณต้องการ.hostinglotus.cloud - โดเมนของคุณเอง (BYO) —
add_custom_domainแล้วverify_custom_domain(ตั้งค่า DNS ตามที่ระบบบอก) - ซื้อโดเมนใหม่ —
search_domainsเพื่อเช็คว่าว่างไหม แล้วbuy_domain - ถ้าต้องชำระเงิน ระบบจะส่ง QR PromptPay กลับมา — จ่ายแล้วเช็คสถานะด้วย
domain_order_status
เงื่อนไข & ความปลอดภัย
- ทุกคำสั่งใช้สิทธิ์ แผน และเครดิตเดียวกันกับตอนใช้งานบนเว็บ — MCP ไม่ได้ให้สิทธิ์พิเศษเพิ่ม
- MCP จัดการได้เฉพาะโปรเจกต์ที่สร้างผ่าน MCP เองเท่านั้น (แตะโปรเจกต์ที่สร้างบนเว็บไม่ได้)
- ยกเลิกคีย์ที่ไม่ใช้ได้ตลอดเวลาที่หน้า API & MCP — คีย์ที่ยกเลิกจะใช้ไม่ได้ทันที
คำถามที่พบบ่อย
Q: ทำ key หาย จะกู้คืนได้ไหม?
ไม่ได้ — ระบบเก็บเฉพาะค่าแฮชของคีย์ ไม่ได้เก็บตัวคีย์จริง ให้ยกเลิกอันเก่าแล้วสร้างใหม่
Q: แก้เว็บที่ deploy ผ่าน MCP บนหน้าเว็บได้ไหม?
ไม่ได้ — โปรเจกต์ MCP ถูกออกแบบให้ดูแลจากเครื่องมือของคุณเอง หน้าเว็บแสดงสถานะ + โดเมน
แบบอ่านอย่างเดียว ถ้าอยากให้แก้บนแพลตฟอร์มได้ ให้สร้างเว็บผ่านหน้าเว็บตามปกติแทน
Q: publish แล้วโดนหักเครดิตไหม?
เป็นไปตามการตั้งค่าแพลตฟอร์ม — ค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) จะเท่ากับตอน publish บนเว็บ และถ้า deploy
ล้มเหลว ระบบจะไม่หักเครดิต
Q: เชื่อมได้กี่เครื่อง?
สร้างได้สูงสุด 10 คีย์ที่ใช้งานพร้อมกัน — แนะนำสร้างคีย์แยกต่อเครื่อง/ต่อเครื่องมือ เพื่อให้ยกเลิก
เฉพาะเครื่องที่ต้องการได้