กลับสู่แอป
เชื่อมต่อผ่าน MCP (Deploy ด้วยเครื่องมือ AI ของคุณเอง)

เชื่อมต่อผ่าน MCP (Deploy ด้วยเครื่องมือ AI ของคุณเอง)

HostingLotus เปิด MCP endpoint ให้คุณ deploy โค้ดของคุณเอง — ที่เขียนด้วย Claude Code หรือ MCP client ตัวอื่น — ขึ้นโฮสต์ของเราได้โดยตรง พร้อมผูกโดเมน ทั้งซับโดเมนฟรี, โดเมนที่คุณมีอยู่ (BYO), หรือซื้อโดเมนใหม่

MCP คืออะไร?
MCP (Model Context Protocol) เป็นมาตรฐานให้เครื่องมือ AI เชื่อมต่อกับบริการภายนอกได้ เมื่อเชื่อม HostingLotus แล้ว ผู้ช่วย AI ของคุณจะ “สั่งสร้างโปรเจกต์ / deploy / publish / ซื้อโดเมน” บนบัญชีของคุณได้เลย — ด้วยสิทธิ์ เครดิต และเงื่อนไขเดียวกันกับตอนใช้งานบนเว็บ

ทำอะไรได้บ้าง

โปรเจกต์ที่ deploy ผ่าน MCP จะแยกออกจากตัวแก้ไขบนเว็บ — จะไม่เปิดแก้ในหน้า Builder ของแพลตฟอร์ม (คุณดูแลโค้ดจากเครื่องมือของคุณเอง) แต่จะแสดงสถานะ + โดเมน แบบอ่านอย่างเดียวในแดชบอร์ด ที่ส่วน “Deploy ผ่าน MCP”

สิ่งที่ต้องมีก่อนเริ่ม

ขั้นตอนที่ 1 — สร้าง API Key

API key คือ “กุญแจ” ที่ผูกกับบัญชีของคุณ ทุกคำสั่งที่ส่งผ่าน key นี้จะทำงานในนามบัญชีคุณ

  1. เข้าสู่ระบบแล้วไปที่ แดชบอร์ด
  2. ที่แถบเมนูด้านซ้าย เลือก “API & MCP” (ไอคอนกุญแจ)
  3. ตั้งชื่อคีย์ (เช่น laptop-claude-code) แล้วกด “สร้าง API Key”
  4. คัดลอกคีย์เก็บไว้ทันที — ระบบแสดงให้เห็นแค่ครั้งเดียว

คีย์จะขึ้นต้นด้วย hl_mcp_ และแสดงเพียงครั้งเดียวตอนสร้าง หากทำหาย ให้ยกเลิก (revoke) อันเก่าแล้วสร้างใหม่ อย่าแชร์คีย์กับผู้อื่น — ใครถือคีย์ก็ deploy และใช้เครดิต ในบัญชีคุณได้ (สร้างได้สูงสุด 10 คีย์ต่อบัญชี)

ขั้นตอนที่ 2 — เชื่อม MCP client

Endpoint:

https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp

มี 2 วิธีเชื่อม — เลือกตามชนิด client ของคุณ:

วิธี A — เชื่อมด้วย API key (header) — Claude Code / Desktop

เหมาะกับ client ที่ให้ใส่ header เองได้ หน้า “API & MCP” จะสร้างคำสั่งพร้อมคีย์ให้คัดลอก:

claude mcp add --transport http hostinglotus \
https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp \
--header "Authorization: Bearer hl_mcp_xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx"

Claude Desktop (claude_desktop_config.json):

{
"mcpServers": {
"hostinglotus": {
"type": "http",
"url": "https://app.hostinglotus.cloud/api/mcp",
"headers": { "Authorization": "Bearer hl_mcp_xxxxxxxxxxxxxxxxxxxx" }
}
}
}

วิธี B — เชื่อมผ่านหน้า “Add connector” (OAuth)

เหมาะกับ client ที่ใช้หน้าเว็บเพิ่ม connector (เช่น claude.ai) ที่ ไม่มีช่องให้ใส่ header — แค่ใส่ URL ของ endpoint แล้วกดเชื่อม ระบบจะพาคุณ:

  1. เข้าสู่ระบบ HostingLotus (ถ้ายังไม่ได้ล็อกอิน)
  2. แสดงหน้า “อนุญาตให้เชื่อมต่อ?” — กด อนุญาต
  3. client ได้สิทธิ์อัตโนมัติ ไม่ต้องสร้าง/วาง API key เอง

วิธี B ใช้ OAuth 2.1 (PKCE) มาตรฐานเดียวกับที่ MCP กำหนด — ปลอดภัย ไม่ต้องแชร์คีย์ ถอนสิทธิ์ได้โดยลบ connector ฝั่ง client (โทเคนหมดอายุอัตโนมัติ)

เชื่อมสำเร็จแล้ว ลองสั่งผู้ช่วย AI ว่า “list my HostingLotus projects” — ถ้าตอบกลับมา แสดงว่าพร้อมใช้งาน

ขั้นตอนที่ 3 — Deploy โค้ดของคุณ

เมื่อเชื่อมแล้ว สั่งผู้ช่วย AI ของคุณได้ตามธรรมชาติ ระบบมี “เครื่องมือ” เหล่านี้ให้ AI เรียกใช้:

เครื่องมือ หน้าที่
create_project สร้างโปรเจกต์ใหม่ (static หรือ webapp)
deploy_files ส่งเนื้อไฟล์ตรง ๆ — ง่ายที่สุด ไม่ต้องใช้ git/zip/curl ({path, content}; base64 สำหรับไฟล์ binary)
deploy_from_git ดึงโค้ดจาก git repo (github / gitlab / bitbucket / codeberg / sr.ht)
get_upload_url ขอลิงก์อัปโหลด แล้ว curl ไฟล์ zip ขึ้นไป (เหมาะกับเว็บใหญ่)
configure_deployment ตั้งค่า port ของ Dockerfile และโฟลเดอร์เก็บข้อมูลถาวร ก่อน publish ครั้งแรก
get_storage ดูพื้นที่ที่จองไว้ร่วมกันทั้งบัญชี และการใช้งานจริงของโฟลเดอร์ในโปรเจกต์
publish เผยแพร่ขึ้นจริง
project_status ดูสถานะ + URL พรีวิว/เผยแพร่
list_projects รายการโปรเจกต์ที่สร้างผ่าน MCP
set_subdomain เปลี่ยนซับโดเมน
list_domains / add_custom_domain / verify_custom_domain จัดการโดเมนของคุณเอง (BYO)
search_domains / buy_domain / domain_order_status ค้นหา + ซื้อโดเมนใหม่

ตัวอย่างขั้นตอนทั่วไป

1) create_project → ได้ slug ของโปรเจกต์
2) deploy_files (ส่งเนื้อไฟล์ตรง ๆ — ง่ายสุด ไม่ต้องมี git/zip)
หรือ deploy_from_git (URL ของ repo) หรือ get_upload_url + curl ไฟล์ zip
3) publish → เว็บออนไลน์ที่ <slug>.hostinglotus.cloud

ไม่ต้องมี GitHub: แค่บอกผู้ช่วย AI ว่า "deploy โฟลเดอร์นี้ขึ้น HostingLotus" — มันจะอ่านไฟล์ในเครื่องคุณแล้วส่งผ่าน deploy_files ให้เอง (เว็บเล็ก-กลาง ~100 ไฟล์/ครั้ง ไฟล์ใหญ่ให้แบ่งหลายครั้งด้วย mode:"merge" หรือใช้ get_upload_url แทน)

  • Static เว็บไซต์ ต้องมี index.html ส่วนเฟรมเวิร์ก (เช่น Vite/React) ระบบจะ build ให้ตอน publish
  • Webapp full-stack ต้องเปิดใช้งานฟีเจอร์ webapp บนบัญชีของคุณก่อน (ติดต่อทีมงานได้)

เครื่องมือที่มีเพิ่มเติม

เครื่องมือ ทำอะไร
list_owned_domains ดูโดเมนทั้งหมดในบัญชี รวมที่ยังไม่ได้ผูกกับโปรเจกต์ไหน
bind_domain / unbind_domain ผูก/ถอดโดเมนกับโปรเจกต์ — ใช้กับโดเมนที่ซื้อผ่านหน้าเว็บได้ด้วย
publish_status เช็กสถานะตอนเผยแพร่ยังไม่เสร็จ
set_services / get_services ประกาศฐานข้อมูล / Redis / ที่เก็บไฟล์ ของโปรเจกต์แบบเว็บแอป
configure_deployment ตั้งค่า port ของ Dockerfile และโฟลเดอร์เก็บข้อมูลถาวร ก่อน publish ครั้งแรก
get_storage ดูพื้นที่ที่จองไว้ร่วมกันทั้งบัญชี และการใช้งานจริงของโฟลเดอร์ในโปรเจกต์

ฐานข้อมูลสำหรับเว็บแอป

ประกาศด้วย set_services แล้วแพลตฟอร์มจะส่งค่าเชื่อมต่อ (DATABASE_URL / REDIS_URL / S3_*) เข้าแอปให้เองทั้งตอนพรีวิวและตอนใช้งานจริง อ่านจาก process.env ได้เลย

อย่าติดตั้งฐานข้อมูลเองใน workspace — ข้อมูลจะไม่ถูกย้ายไปตอนเผยแพร่ และจะหายทั้งหมด ให้ประกาศผ่าน set_services เท่านั้น (สูงสุด 2 บริการ อย่างละหนึ่ง)

PHP / Dockerfile และไฟล์อัปโหลดถาวร

รองรับโปรเจกต์ที่มี Dockerfile ของตัวเอง รวมถึง PHP ให้สร้าง type:"webapp" แล้วเรียก configure_deployment ก่อนอัปโหลด source และ publish ครั้งแรก เช่น:

{
"project": "my-php-site",
"port": 80,
"mounts": [
{ "mountPath": "/var/www/html/uploads", "sizeMb": 1024 }
]
}

จากนั้นอัปโหลด source พร้อม Dockerfile ที่ root ผ่าน deploy_files, deploy_from_git หรือ get_upload_url แล้วเรียก publish ตัวแอปต้องฟัง HTTP บน 0.0.0.0 ที่ port ที่ระบุ โหมดนี้ไม่บังคับ index.html และไม่แปลง source เป็น React ส่วนพรีวิวสำหรับพัฒนาไม่ได้รัน Dockerfile นี้ หากไม่ต้องเก็บไฟล์ถาวร ให้ส่ง mounts:[]

เพดานนี้ครอบคลุมเฉพาะ volume ที่ประกาศ ไม่รวม sandbox พัฒนา, filesystem ส่วนอื่นของ container, logs, image/build cache หรือบริการฐานข้อมูล/S3 แยกต่างหาก ขนาดไฟล์ archive ใช้เพดานอัปโหลดอีกค่าหนึ่ง ซึ่งทีมงานสามารถปรับให้บัญชีแต่ละรายได้

ผูกโดเมน

เงื่อนไข & ความปลอดภัย

คำถามที่พบบ่อย

Q: ทำ key หาย จะกู้คืนได้ไหม?
ไม่ได้ — ระบบเก็บเฉพาะค่าแฮชของคีย์ ไม่ได้เก็บตัวคีย์จริง ให้ยกเลิกอันเก่าแล้วสร้างใหม่

Q: แก้เว็บที่ deploy ผ่าน MCP บนหน้าเว็บได้ไหม?
ไม่ได้ — โปรเจกต์ MCP ถูกออกแบบให้ดูแลจากเครื่องมือของคุณเอง หน้าเว็บแสดงสถานะ + โดเมน แบบอ่านอย่างเดียว ถ้าอยากให้แก้บนแพลตฟอร์มได้ ให้สร้างเว็บผ่านหน้าเว็บตามปกติแทน

Q: publish แล้วโดนหักเครดิตไหม?
เป็นไปตามการตั้งค่าแพลตฟอร์ม — ค่าใช้จ่าย (ถ้ามี) จะเท่ากับตอน publish บนเว็บ และถ้า deploy ล้มเหลว ระบบจะไม่หักเครดิต

Q: เชื่อมได้กี่เครื่อง?
สร้างได้สูงสุด 10 คีย์ที่ใช้งานพร้อมกัน — แนะนำสร้างคีย์แยกต่อเครื่อง/ต่อเครื่องมือ เพื่อให้ยกเลิก เฉพาะเครื่องที่ต้องการได้

© 2026 HostingLotus · อัปเดตล่าสุด 1 ตุลาคม 2569